foam milk

22 November 2009 by ange

วันนั้นเป็นวันฝนตกที่ฟ้าใส วันที่เรานัดกันเป็นครั้งแรก ร้านกาแฟรูปหญิงสาวสีเขียวขาวที่อยู่ตรงกลางระหว่างบ้านของเราทั้งคู่เป็นทางเลือกที่ลงตัว ฉันเคยออกเดทมาหลายครั้งแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกออกจากบ้านมาด้วยความสบายใจที่สุด เพราะคนที่มาเดทด้วยเป็นคนที่คุยกันรู้เรื่องมากๆ คนหนึ่ง แทนที่คนเราจะจีบกันด้วยถ้อยคำหวานๆ สำหรับฉันมันไม่จำเป็น เราคุยกันด้วยทัศนคติ ใช่ก็ใช่ ไม่ใช่เราก็เป็นเพื่อนกัน ไม่เห็นจะยาก ฉันมีความสุขตั้งแต่เดินออกจากบ้านแล้วล่ะ

ออกเดท 101 ถ้าใครจะเขียนขึ้นมาให้คนได้เข้าใจ ฉันอาจจะพอเขียนได้เพราะน่าจะเป็นงานกว่าฝ่ายชายสักนิดนึง เดทครั้งแรกคุณเม่นพาเพื่อนไปด้วย (ฮา) และยังจะไปบังเอิญเจอเพื่อนที่นั่นอีก (ฮากว่า)  ธรรมชาติของเดทแรก ตัวตนของทั้ง 2 ฝ่ายจะยังไม่ค่อยโผล่ แต่มาถึงคุณเม่นก็นั่งอ้วนอยู่ตรงนั้นที่โซฟาสตาบัคส์ นั่นทำให้ฉันแอ๊บสวยไม่ออก ฉันเอาหนังสือที่เคยเขียนไปให้อ่าน คุยกันนิดหน่อย ส่วนใหญ่ก็คุยให้กันฟังว่าอนาคตอันใกล้จะทำอะไรและความฝันคืออะไร เราเดินไปสั่งกาแฟด้วยกัน ก็ตอนนั้นแหล่ะ ตอนเดินกลับโต๊ะด้วยกันคุณเม่นก็เดินจิบกาแฟระหว่างทางกลับโต๊ะ ฟองนมติดปากแล้วก็เอียงหัวคุยกับฉัน ชนะเลิศ.. น่ารักมาก คิดแค่นั้น ว่าผู้ชายคนนี้น่ารักดี เจอผู้ชายแอ๊บเท่มาเยอะกระมังพอเห็นตัวตนจริงๆ วันแรกก็เลยรู้สึกตกหลุมรักวินาทีนั้นเลย กลายเป็นว่าออกเดท 101 ใช้กับวันนี้ไม่ได้ผล ตอนนั้นฉันมีเซนส์ว่าคุณเม่นเริ่มรู้สึกดีกับฉันแล้วโดยไม่ได้มองรูปร่าง หน้าตา แต่ฉันเชื่อว่าคุณเม่นกำลังหลงคารมฉันไปแล้ว

ไปดูหนังกัน ก่อนหน้าดูหนังเราไปกินข้าว ตอนที่กำลังกินข้าวอยู่ คุณเม่นไม่รอช้า ในเมื่อทัศนคติตรงกัน ต่างมีความฝันที่ชัดเจนไปในทางเดียวกัน คุณเม่นขอเป็นแฟนทันที (เฮ้ยย เร็วไป) มีความคิดนี้โผล่ขึ้นมาแว็บนึงแต่จริงๆในใจก็คิดว่า ถ้าเขาไม่เอ่ยปากก่อนวันหนึ่งเราต้องเป็นคนเอ่ยปากอยู่ดี แต่ในเมื่อเป็นคนตั้งกฏขึ้นมาว่าไปเดท 3 ครั้งก่อนจึงค่อยตัดสินใจ ก็เลยต้องปฏิเสธไปเพราะนี่มันเดทแรกเองนะ แต่ทุกอย่างมันได้ตั้งแต่ตอนนั่งรถไปดูหนังด้วยกันแล้วล่ะ รู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยอย่างหาที่มาที่ไปไม่ได้กับคนๆ นี้ ย้อนไปอีกก่อนที่จะไปดูหนัง ตอนเดินออกมาจากร้านกาแฟเราได้เห็นรุ้งบนท้องฟ้าด้วยกัน มันเป็นสัญญานที่ดีมากเลย อย่างน้อยเราก็เชื่อแบบนั้น

30716317

ความรู้สึกคุ้นเคยเป็นสิ่งที่ยังอยากจะรู้และเข้าใจมันจริงๆ เพราะคนที่ไปเดทกันใหม่ๆ มันไม่น่าจะมีความรู้สึกนี้เกิดขึ้น  ในเวลาเดียวกันเดทแรกเราก็มีความรู้สึกเหมือนเด็กๆ ที่ยังอยากจะคุยกันอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ยังไม่อยากกลับบ้าน พอดูหนังจบ ฉันบอกคุณเม่นไปว่า “เอาตรงๆเลยนะคะ ยังไม่อยากกลับบ้านค่ะ” นั่น! คุณเม่นตอบทันทีว่า “ยังไงก็ได้ครับ ผมก็ happy ที่ได้อยู่กับจี้” ฉันเลยพาเขาไปที่แห่งหนึ่งที่ไปประจำ พาไป someday ไปฟังเพลงรักโรแมนติกในคืนวันเสาร์  ฉันเชื่อว่าท่ามกลางบรรยากาศที่แสนธรรมดากับเพลงรักที่คลอเบาๆ กำแพงที่แน่นหนาค่อยๆ เผยตัวตนของประตูบานเล็กๆ บทสนทนาเรื่องแล้วเรื่องเล่า ทำให้ฉันแน่ใจว่าเราตัดสินใจที่จะคบกันอย่างเงียบๆ แม้ไม่มีคำถามใดเกิดขึ้นตามมา

ขากลับบ้าน คุณเม่นไปส่ง เขานวดไหล่ให้ฉันด้วย (เฮ้ยย จะสนิทกันไปไหน)   เดทครั้งแรกจบลงอย่างสวยงามและน่าประทับใจ อีก 2 เดทสินะ (คิดอยู่ในใจ) คืนนั้นฉันนอนไม่หลับ ความรู้สึกกินไม่ได้นอนไม่หลับมันเป็นอย่างนี้นี่เอง เฮ้ย อาการอินเลิฟใครๆ ก็เคยเป็นและเป็นมาตลอดชีวิตแต่ครั้งนี้มันแปลกตรงที่มันรุนแรงแทบขาดใจ อยากจะเจอกันอีก ไม่อยากจากกันอีก เป็นครั้งแรกที่เข้าใจความรู้สึกของการอินเลิฟในเลเวลของโรเมโอและจูเลียต (จากที่เคยวิพากษ์ 2 คนนี้อย่างหนักมาแล้วจนเกือบเละ) จะโชคดีตรงที่การอินเลิฟอยู่ในระดับรุนแรงก็จริงแต่เราสองคนก็มีวุฒิภาวะพอที่จะมองสิ่งต่างๆ อย่างเข้าใจแต่ก็สะใจที่ได้รู้สึกกับใครแบบนี้ในเลเวลเดียวกับโรเมโอกับจูเลียต (เอาเป็นว่า..ข้าได้เข้าใจท่านทั้งสองแล้ว ) เราต่างเป็น big O กันทั้งคู่ คือไม่ต้องมีใครมาเติมเต็มก็ได้ ชีวิตก็ไม่ได้ perfect อะไรแต่ก็อยู่คนเดียวได้อย่างมีความสุขแล้วกัน ที่สำคัญเราไม่ต้องการมีใครมาเพราะเหงา  (เหงาก็ดีสิ จะได้เอามาแต่งกลอนได้อิน) หรืออยากอยู่กับใครไปวันๆ แต่ไม่ได้เชื่อมั่นว่าจะอยู่กันไปตลอด ฉันเชื่อว่าเรามีค่าพอที่จะรอคนที่ใช่ไปเลยทีเดียวดีกว่า ถ้าไม่มีก็ยังยินดีที่จะอยู่คนเดียว กับคนนี้ยังไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่าแต่ความรู้สึกที่มาพร้อมกันว่าใช่หรือไม่ใช่นั้นก็ก่อให้เกิดความปิติยินดีที่และความปลาบปลื้มใจมากมาย ที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับอาการแทบขาดใจดังที่กล่าวมา เมื่อความรักบังเกิดขึ้นไร้ที่มาที่ไป เราจะทำยังไงกับมันได้นอกจากยอมรับมัน

เดทที่สองก็เกิดขึ้นไม่นานหลังจากนั้น เราไปนั่งร้านกาแฟสั่งฟองนมมากินเล่นแล้วก็ไปดูหนังต่อ มันก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกกลัว 1 ครั้งที่ฉันอยากจะวิ่งหนีไปและจบสิ้นทุกอย่างในวันเดียวแต่แรงดึงดูดบางอย่างก็ดึงฉันไว้ เดทครั้งที่ 2 เราก็ไปนั่งคุยกันจนดึกดื่นในที่ๆ สว่างๆ :D เกือบจะได้จุ๊บกันหลายทีเหมือนกันตอนที่เล่าเรื่องต่างๆให้คุณเม่นฟัง เค้าตั้งใจฟังและบางครั้งก็คุยกันในระยะจูบถึง เราอาจเห็นพ้องกันอีกหนึ่งเรื่องว่ามันยังไม่ใช่เวลา เรามีเรื่องสนุกที่แบ่งกันเล่าแบ่งกันฟังแค่นั้นเวลาก็หมดแล้ว เดทครั้งที่สองนี้ก่อนจะจากกันคุณเม่นขอกอดฉันไปทีหนึ่ง กลับบ้านไปก็นอนลำบากเหมือนเดิม เป็นกันทั้งคู่

วันต่อๆ มาฉันเล่าให้เพื่อนฟังว่าไปเดทกับคุณเม่นมา เพื่อนกรี๊ดดดดดดดดด เพราะว่าเพื่อนเคยอ่าน blog คุณเม่นมาก่อนและพอจะรู้จักมาบ้างผ่านตัวหนังสือในนั้น เพื่อนบอกว่า “เขาเป็นเนื้อคู่ของเธอ ..ไม่เชื่อลองไปอ่านสิ ” นั่นจึงเป็นที่มาของวลีที่ว่า fall in love first, google later .. เราลองอยู่ใกล้ๆกันแล้วรู้สึกว่ามันใช่ก่อนที่จะมาหาข้อมูลว่า เขาเป็นใคร มาจากไหนกันแน่ ช่วงนั้นเราต่างสนุกสนานกับการค้นพบมาก เหมือนกับพอรู้สึกดีกันแล้วทุกอย่างเป็นไปอย่างตั้งใจหมดเลย เรามีแนวคิด ความฝัน นิสัยหลายอย่างเหมือนกันจนรู้สึกว่าจักรวาลกำลังเซอร์ไพรซ์เราอยู่ ฉันมี blog ลับอยู่เอาไว้อยากเขียนอะไรก็เขียนไปเรื่อย ในนั้นจะมีอะไรที่ป่วงๆ มากมายแต่ก็เป็นตัวตนของเรา คุณเม่นสารภาพว่าเขาชอบ blog รมิดามากแต่เขาตกหลุมรักคนใน blog ลับมากกว่า

ต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกที่ดีต่อกันและที่สำคัญมีข้อมูลในมือแล้ว (จากอินเตอร์เนท) มาตั้งหน้าตั้งตารอเดทที่3 ที่เราตัดสินใจเป็นแฟนกันดีกว่า

แก๊งหมาฟองนม! เลียนแบบลุงเม่น

foammilkgang

set 1 : @talungtungcha / ange* / @bo_ho / @rockzha

foammilk2

set 2 : @iannnnn / pinky / @kejuliso / พิงกัน


1,185 views
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (9 votes, average: 5.00 out of 5)
Loading ... Loading ...

มี 22 ความคิดเห็น

  1. อ่านแล้วนึกถึงตอน inlove ใหม่ๆมากเลยครับ

    ปล.อ่าน Blog นี้พร้อมกับเพลงของพี่เจี๊ยบ วรรธนา แปลกใจ ทำไมมันเข้ากันอย่างนี้หว่า ^^

  2. @kejuliso says:

    อุ้ยๆๆๆๆ อัพเมื่อไหร่เนี่ย

    เด๋วมาอ่านตอนประชุมเส็ดนะ!

  3. @kejuliso says:

    อุ้ยๆๆๆ บังเอิญมากๆ
    เพิ่งถ่ายรูปนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเอง
    กะเอาไว้แซว ไปดูจิๆ

    http://twitpic.com/qm44z

    จะบอกว่า…
    อ่านเรื่องจี้กะคุณเม่นกี่ทีๆ ก็ยิ้มได้นิ!

  4. @kejuliso says:

    รูปใหญ่ไปป่าวตัว เขิลวุ้ย! ><'

  5. iannnnn says:

    กรี๊ดดดดดดดดด ตาแว่นคนนั้นน่ารักจัง
    ฮ่วย!!!

  6. pumuq says:

    แม้จะเคยได้ยินมาบ้าน แต่อ่านแบบนี้ อินกว่าเยอะเลย..ตัวหนังสือมันบอกได้มากกว่านั้นจริงๆ
    ยังคงชอบอ่านเรื่องของเธอนะ…น่าร๊ากกก XD

    ขำเอารูปสุดท้ายอ่ะ จะฮาไปไหน 555
    ปล. อยากไปงานแต่งงานเธอขึ้นมาตะหงิดๆ มีที่ให้กางเต๊นท์สัก 1 เต๊นท์ไม๊..หืมมม

  7. boydchan says:

    ฟองนม @iannnnn ทำไมมีฝอยด้วยหล่ะ หรือกาแฟสูตรใหม่ใส่ฝอยทองด้วย lol

  8. iPattt says:

    รูปน่ารักมั่กๆครับ :D

  9. Cop says:

    น่ารักมาก… >.<
    แต่รูปสุดท้ายนี่มันทะแม่งๆ นะ 555

  10. สนุก! และเขิน ฮาๆ
    สลิดมารับรู้เรื่องราวอย่างสนุกในรสชาติ ;)

  11. ange says:

    ใครๆก็ขำฝอยทองอ่ะ lol

  12. “เอาตรงๆเลยนะคะ ยังไม่อยากกลับบ้านค่ะ” เฮ้ยไอ้เม่นใจเย็น!

    โทษทีครับอ่านไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด

  13. ange* says:

    @กอล์ฟ79 เอิ่มมม! แล้วมันทำไมเหรอ

  14. mokin says:

    “เขาเป็นเนื้อคู่ของเธอ ..ไม่เชื่อลองไปอ่านสิ ” นั่นจึงเป็นที่มาของวลีที่ว่า fall in love first, google later .. <- ความรู้สึกที่มีบอกได้ด้วยรูปนี้ :) ยินดีด้วยครับพี่ที่ได้เป็นรักของพี่ @iMenn ผมตามอ่านบล็อกพี่เม่นมาหลายปีแล้วชอบมาก แนวคิดเดียวกับผมเลย

  15. น้องเล็ก says:

    อ่านบล็อกพี่จี้แล้ว อ่านบล็อกพี่เม่น เหมือนคนเดียวกันเขียนเลยค่ะ รักกันให้มากๆๆๆๆๆๆๆ นะคะ

  16. Oishijung says:

    น่ารักอ่ะคุณจี้ มีที่เหลือให้ไปร่วมงานแต่งไหมเนี๊ย เดี๋ยวไปหาที่ซุกหัว ฮ่าาาาา ในวันที่เหนื่อยล้ามากๆ ได้อ่านเรื่องราวของคุณจร้แล้ว มันสุขใจมากอ่ะ ….ยิ้มโดยไม่รู้ตัว ติดตามตลอดเลยค่ะ

  17. inanza says:

    ทำไมหนูเพิ่งได้อ่านเอนทรี่นี้
    พี่แอนอวบอิ่มมัก ><!

  18. OaddybeinG says:

    น่ารักจัง… (^__^)
    ชอบภาษาคุณแองจี้ อ่านแล้วสวย….เพลินดีด้วยอะ

  19. iake says:

    พิงกี้น่ารักสุด ๆ :)

  20. @kejuliso says:

    ว้าว! ว้าว! ว้าว! 555

  21. nichieme says:

    ละเอียดใจ

  22. krajung says:

    ^_____^ น่ารักจัง

    ปล. ฮา รูปพี่แอน

Leave a Reply